มาทำความรู้จักกับยุคสมัยดนตรีตะวันตก

ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์ มนุษย์รู้จักนำดนตรีมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลังจากที่มนุษย์รู้จักการจดบันทึกข้อมูล จึงทำให้คนรุ่นหลังได้ทราบประวัติความเป็นมาของดนตรี การศึกษาประวัติศาสตร์ดนตรี ทำให้เราเข้าใจมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น เข้าใจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และเข้าใจการสืบทอดทางวัฒนธรรมดนตรี

การศึกษาวิชาประวัติดนตรีตะวันตก หลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเหลือเกิน และมักมีคำถามเสมอว่าจะศึกษาไปทำไม คำตอบก็คือ ดนตรีตะวันตกเป็นรากเหง้าของดนตรีที่เราได้ยินได้ฟังกันทุกวันนี้ ความเป็นมาของดนตรีหรือประวัติศาสตร์ดนตรีนั้นหมายถึง การมองย้อนหลังไปในอดีตเพื่อพยายามทำความเข้าใจกับแง่มุมต่างๆ ของอดีตในแต่ละสมัย นับเวลาย้อนกลับไปเป็นเวลาหลายพันปีจากสภาพสังคมที่แวดล้อม ทัศนะคติและรสนิยมของผู้สร้างสรรค์ และผู้ฟังดนตรีในแต่ละสมัยนั้นแตกต่างกันอย่างไร จากการลองผิดลองถูกลองแล้วลองอีกการจินตนาการ ตามแนวคิดของผู้ประพันธ์เพลง จนกระทั่งกลั่นกรองออกมาเป็นเพลงให้ผู้คนได้ฟังกันจนถึงปัจจุบันนี้

การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หรือการมองย้อนกลับไปในอดีตนั้นนอกจากเป็นไปเพื่อความสุขใจในการได้ศึกษา เรียนรู้ และรับทราบเรื่องราวของอดีตโดยตรงแล้ว ยังเป็นการศึกษาเป็นแนวทางเพื่อทำความเข้าใจดนตรีที่เกิดขึ้นและการเปลี่ยนแปลงในแง่ของดนตรีในปัจจุบัน และเพื่อนำมาใช้ในการทำนายหรือคาดเดาถึงแนวโน้มของดนตรีในอนาคตด้วย

ดนตรีเกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ และถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ มนุษย์รู้จักการสร้างเสียงดนตรีเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร เช่น การตีเกราะ เคาะไม้ การเป่าเขาสัตว์ การเป่าใบไม้ เพื่อส่งสัญญาณต่างๆ มนุษย์รู้จักการร้องรำทำเพลง เพื่อให้หายเครียด เพื่อความบันเทิง หรือเพื่อการประกอบพิธีกรรมต่างๆ กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของเสียงดนตรี มนุษย์ได้ทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติของมนุษย์มาโดยตลอด ต่อมาเมื่อมนุษย์ได้สนใจดนตรีในด้านศิลปะ ดนตรีจึงได้วิวัฒนาการขึ้นตามลำดับ

ยุคสมัยต่าง ๆ เป็นตัวแบ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ บนโลก โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ สมัยอารยธรรมโบราณ สมัยต้นและกลางคริสต์ศตวรรษ สมัยบาโรค สมัยคลาสสิค สมัยโรแมนติค และสมัยปัจจุบัน การดนตรีในยุคต่าง ๆ ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถบ่งบอกได้ว่ามาจากยุคใดและมีบทบาทอย่างไร ดังที่ ละเอียด เหราปัตย์ (2522: 1) กล่าวว่า ดนตรีในสมัยดึกดำบรรพ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากกว่าในสมัยปัจจุบัน เป็นการแสดงออกถึงจิตวิทยา สังคม ศาสนา สิ่งสักการะบูชา และภาษา เพลงทุกเพลงในสมัยดั้งเดิมจะต้องมีความหมายทั้งสิ้น การจะเข้าใจในเพลงนั้น ๆ อย่างถูกต้องแท้จริงจะต้องไปศึกษาจากชาวพื้นเมืองที่เป็นเจ้าของบทเพลงนั้น ดนตรีสมัยดึกดำบรรพ์มีหน้าที่ 2 ประการสำคัญ คือ

(1) ก่อให้เกิดความตื่นเต้น เร้าใจ
(2) ทำให้เกิดความผ่อนคลาย ความสุข

ต่อมาในอารยธรรมโบราณ (Ancient Civilization) ความเจริญของโลกมีอยู่ในภูมิภาคตะวันออก ชาติที่มีความเจริญทางด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น จีน ไทย อินเดีย ฯลฯ และภูมิภาคยุโรปตะวันออก เช่น อียิปต์ ซุเมอร์ บาบิโลเนียน จูเดีย และกรีก ดนตรีทั้งในเอเซีย และยุโรปตะวันออก ได้เริ่มมีวิวัฒนการขึ้น โดยมีการคิดค้นบันไดเสียงเพื่อแบ่งแยก จัดระบบเสียงเป็นของแต่ละชนชาติขึ้นมา เอกลักษณ์นี้ยังคงมีร่องรอยอยู่ในยุคปัจจุบัน เช่น บันไดเสียงเพนทาโทนิค (Pentatonic Scale) ก็ยังคงมีใช้กันในดนตรีภูมิภาคเอเซีย แต่มีความแตกต่างไปในสำเนียงและการจัดระบบเสียง ดนตรีกรีกโบราณ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมดนตรีของดนตรีตะวันตกที่ยิ่งใหญ่ คือ เมื่อประมาณ 1000 ปีก่อนคริสตกาล มีการคิดค้นการแบ่งระบบเสียงอย่างชัดเจนด้วยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ โดยนักปราชญ์กรีก คือ พิธากอรัส และมีการคิดเรื่องเครื่องดนตรีประกอบการร้อง มีการใช้เทคนิคการประพันธ์เพลงโดยใช้ Mode ซึ่งมีที่มาจากระบบเตตร้าคอร์ด (Tetrachord) ก่อให้เกิดบันไดเสียงโบราณต่างๆ เป็นปัจจัยพื้นฐานของการดนตรีในยุคต่อ ๆ มา

วิวัฒนาการของดนตรีตะวันตกจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้

ดนตรีก่อเกิดเพราะการได้ยินเสียงจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวของมนุษย์

มีการรับรู้ เลียนแบบ ศึกษาจังหวะ ระดับเสียง ความดัง-เบา ความกลมกลืนและแตกต่างของเสียงแต่ละประเภท จากใกล้ตัวที่สุดคือชีพจรการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหวร่างกาย ไปถึงเสียงจากธรรมชาติและสัตว์นานา ดนตรีสากลหรือดนตรีตะวันตกมีพื้นฐานจากความมุ่งหวังไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า จากหลักปรัชญากรีกโบราณในราวช่วงปี 800 ก่อนคริสตกาล ที่เน้นความสำคัญของการสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการเล่นกีฬา และงดงามของจิตใจด้วยศิลปะ บทกวี ดนตรี การละคร และระบำรำฟ้อน เพื่อสร้างสรรค์ให้มนุษย์สมบูรณ์ ต่อมาปี 585-479 ก่อนคริสตกาล ชาวกรีกชื่อ ปิธากอรัส คิดค้นทฤษฎีการเกิดเสียงขึ้นจากการคำนวณรอบการสั่นสะเทือนของสายเสียง วิชาความรู้และแนวคิดนี้กระจายแพร่หลาย ชื่อเสียงปิธากอรัสเลื่องลือทั่วยุโรป

โลกได้ผ่านหลายยุคหลายสมัย

ดนตรีได้วิวัฒนาการไปตามความเจริญและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เครื่องดนตรีที่เคยใช้ในสมัยเริ่มแรกก็มีการวิวัฒนาการมาเป็นขั้นๆ กลายเป็นเครื่องดนตรีที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เพลงที่ร้องเพื่ออ้อนวอนพระเจ้า ก็กลายมาเป็นเพลงสวดทางศาสนา และเพลงร้องโดยทั่วๆไป วงดนตรีสากล คือ วงดนตรีที่มีหลักการจัดวงตามแนวทางของดนตรี โดยใช้เครื่องดนตรีสากลประเภทต่างๆมาจัดให้เป็นวงดนตรีประเภทต่างๆ ในปัจจุบันอาจมีเครื่องดนตรีไทยบางชนิดเข้ามาร่วมบรรเลงด้วย และต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้วงดนตรีสากลเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสังคมไทย ดนตรีสากลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย

การศึกษาวิชาประวัติดนตรีตะวันตกหลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเหลือเกิน แต่ดนตรีตะวันตกเป็นรากเหง้าของดนตรีที่เราได้ยินได้ฟังกันทุกวันนี้ ความเป็นมาของดนตรีหรือประวัติศาสตร์ดนตรีนั้นหมายถึงการมองย้อนหลังไปในอดีตเพื่อพยายามทำความเข้าใจกับแง่มุมต่างๆของอดีตในแต่ละสมัยนับเวลาย้อนกลับไปเป็นเวลาหลายพันปีจากสภาพสังคมที่แวดล้อมทัศนะคติและรสนิยมของผู้สร้างสรรค์และผู้ฟังดนตรีในแต่ละสมัยนั้นแตกต่างกันอย่างไรจากการลองผิดลองถูกลองแล้วลองอีกการจินตนาการตามแนวคิดของผู้ประพันธ์เพลงจนกระทั่งกลั่นกรองออกมาเป็นเพลงให้ผู้คนได้ฟังกันจนถึงปัจจุบันนี้

ยุคสมัยของดนตรีตะวันตก

1.สมัยกรีก (Ancient Greek music)
2.สมัยโรมัน (Roman)
3.สมัยกลาง (The Middle Ages)
4.สมัยรีเนซองส์ (The Renaissance)
5.สมัยบาโรก (The Baroque Age)
6.สมัยคลาสสิก (The Classical Period)
7.สมัยโรแมนติก (The Romantic Period)
8.สมัยอิมเพรชชั่นนิสติค (The Impressionistic)
9.สมัยศตวรรษที่ 20 และปัจจุบัน (The Twentieth century)

มุมมองของอิทธิพลดนตรีตะวันตกที่มีต่อดนตรีไทยตามประวัติศาสตร์

ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์ มนุษย์รู้จักนำดนตรีมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลังจากที่มนุษย์รู้จักการจดบันทึกข้อมูล จึงทำให้คนรุ่นหลังได้ทราบประวัติความเป็นมาของดนตรี การศึกษาประวัติศาสตร์ดนตรี ทำให้เราเข้าใจมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น เข้าใจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และเข้าใจการสืบทอดทางวัฒนธรรมดนตรี

อิทธิพลดนตรีตะวันตกที่มีต่อดนตรีไทยนั้น  จะเห็นได้จากหลักฐานต่างๆ  เช่น คำบอกเล่า จดหมายเหตุต่างๆ  วรรณกรรมต่างๆ  บันทึกต่างๆ  หนังสือพิมพ์  เป็นต้น

การกำเนิดของเครื่องดนตรีเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมนุษย์รู้จักการสร้างเครื่องดนตรีง่ายๆ จากธรรมชาติรอบข้างคือ เริ่มจากการปรบมือผิวปาก เคาะหิน หรือนำกิ่งไม้มาตีกันซึ่งต่อมาได้มีการสร้างเครื่องดนตรีที่มีรูป ทรงลักษณะต่างๆ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนชาติ โดยมีการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและลักษณะเครื่องดนตรีของชนชาติ ต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องดนตรีสากลที่เป็นเครื่องดนตรีของชาวตะวันตกที่นำมาเล่นกัน แพร่หลายในปัจจุบัน สำหรับการกำเนิดของดนตรีตะวันตกนั้นมาจากเครื่องดนตรีของชนชาติ กรีกโบราณที่ สร้างเครื่องดนตรีขึ้นมา 3 ชนิดคือ ไลรา คีธารา และออโรสจนต่อมามีการพัฒนาสร้างเครื่องดนตรีประเภทต่างๆ ทั้งประเภทเครื่องสายเครื่องเป่า เครื่องทองเหลือง เครื่องตี และเครื่องดีดหรือเครื่องเคาะ เช่นไวโอลิน ฟลุต ทรัมเป็ต กลองชุด กีตาร์ ฯลฯโดยพบเครื่องดนตรีสากลได้ในวงดนตรีสากลประเภทต่างๆ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

อิทธิพลของดนตรีตะวันตกนั้น ส่งผลต่อดนตรีของไทยเราเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีอิทธิพลโดยตรงต่อสังคม ประเทศชาติ อีกด้วย ทำให้เกิดบทเพลง ประเภทเพลงเกียรติยศขึ้นมา เช่น เพลงชาติไทย และ เพลงสรรเสริญพระบารมี  กว่าจะมาเป็นเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมีในปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเนื้อร้องและทำนองแล้วมาหลายครั้ง เห็นได้ว่าอิทธิพลดนตรีตะวันตก มีความสำคัญต่อ ดนตรีไทย  สังคมไทย  พิธีกรรม ราชพิธี ต่างๆ เป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดเจนจากเพลงชาติไทยเพราะเรารับเอาวัฒนธรรมดนตรีของชาติตะวันตกมาปรับเปลี่ยน ดัดแปลงเข้ากับวัฒนธรรมดนตรีของไทยเราเอง จนเกิดมาเป็นเพลงชาติไทยที่เราร้องกันอยู่ถึงปัจจุบันนี้

ชมผลงานเพลงจาก Estas Tonne ศิลปินแห่งยุทธภพสายดนตรีคลาสสิค

อันที่จริงก็ไม่รู้จักนักดนตรีท่านนี้มาก่อนครับ แต่พอดีเข้าไปใน Youtube ที่ชื่อว่า “เทพกีตาร์ตัวจริง ศิลปินข้างถนน HD” ซึ่งพอกดเข้าไปฟังจริง ๆ ก็ต้องบอกตรงนี้เลยว่า อยากฟังจนจบกันเลยทีเดียวนั่นเองครับ เพราะว่าไม่ค่อยได้ฟังเพลงดนตรีคลาสสิคแบบนี้มาก่อนนั่นเอง นอกจากมีโอกาสได้เข้าไปเล่นตามร้านเกมส์ต่าง ๆ อย่างที่รู้จักอย่างเห็นได้ชัด เห็นจะเป็นทำนองเพลงคล้าย ๆ กับเกมส์ Ragnarok

สำหรับประวัติ Estas Tonne เท่าที่รู้มาคร่าว ๆ เห็นว่าเป็นคนเกิดและเติบโตที่สหภาพโซเวียด น่าจะประเทศรัสเซียนะ เลือกเครื่องดนตรีสำหรับเป็นเพื่อน ๆ ที่สุดก็จะเป็นกีตาร์นี่หล่ะครับ สำหรับคลิปนี้นั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาได้ทำการแสดงดนตรีนี้ที่ไหน แต่สิ่งที่บอกได้ถึงความไม่ธรรมดาของเขาก็คืองานเพลงที่เขาเล่น พร้อมกับลีลาการเล่นกีตาร์ ซึ่งสามารถเข้าถึงหัวใจผู้ฟังเป็นอย่างดี อีกทั้งการละเล่นที่สวยงามและลงตัว แต่เขาเองก็ยังคงชื่นชอบการเล่นดนตรีในการเดินสายตามพื้นที่เมืองต่าง ๆ นั่นเอง

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรี ที่น่าสนใจ หรือว่าการละเล่นดนตรีที่หาทีดูที่ไหนไม่ได้แล้ว ก็สามารถเข้ามาอ่านเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นได้เลยที่นี่นั่นเองครับ นับว่าคนนี้ขอถือได้ว่าเป็นศิลปินแห่งยุทธภพสายดนตรีคลาสสิคอีกคนหนึ่งก็ได้ครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครรู้จักเขาก็ตามที และด้วยความไม่ธรรมดาของเขานั้น ทำให้มีเว็บไซต์ของเขาเอง และมีแฟนคลับติดตามอย่างมากมาย หากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจงานเพลงผู้ชายคนนี้ สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.estastonne.com แค่นั้นเองครับ